เป็นที่ถกเถียงกันมานานถึงข้อดี-ข้อเสียของการทำ IF หรือ Intermittent Fasting นั้นมีข้อดี, ผลกระทบอย่างไรบ้างจนกระทั่งเมื่อวารสาร The New England Journal of Medicine ซึ่งเป็นวารสารการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดได้ตีพิมพ์เรื่อง Effects of Intermittent Fasting on Health, Ageing, and Disease ซึ่งได้รีวิวงานวิจัยเกี่ยวกับ IF ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

กลไก

Intermittent Fasting ส่งผลดีต่อเราโดยมีกลไกการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์บางอย่างที่ปัจจุบันยังอธิบายไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งช่วยเพิ่มการควบคุม Glucose, เพิ่ม Stress Resisstance, และกดการอักเสบโดยในขณะเราอดอาหารเซลล์จะมีการเพิ่ม Pathway ที่ช่วยป้องการ Oxidative, Metabolic stress และ Pathway ที่ช่วยย่อยสลายและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย

การทำ IF ที่ได้รับการนิยมหลัก ๆ จะเปลี่ยนจากการใช้น้ำตาลกลูโคสไปใช้คีโตนและกรดไขมันแทน ช่วยเพิ่มระดับคีโตนบอดี้ในร่างกาย จากการศึกษาพบว่าคีโตนบอดี้นั้นนอกจากเป็นแหล่งพลังงานหลักให้สมองในช่วงอดอาหารแล้ว ยังเป็นโมเลกุลที่ส่งสัญญานต่อการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ช่วยควบคุมการทำงานของโปรตีนและโมเลกุลที่ส่งผลต่อสุขภาพและการแก่ชรา อาทิ PGC-1α, fibroblast growth factor 21, NAD+, sirtuins, PARP1,  CD38 รวมถึงช่วยกระตุ้นการแสดงออกของยีน brain-derived neurotrophic factor ที่ส่งผลดีต่อสมองอีกด้วย

การจำกัดแคลอรี่ และการทำ Intermittent Fasting

คำว่า Intermittent Fasting นั้น ในบทความชิ้นนี้จะกล่าวพร้อม ๆ กับคำว่า Caloric Restriction หรือการจำกัดแคลอรี่ที่รับประทานต่อวัน เพราะการทำ IF นั้นช่วยทำให้วันนึงเรารับประทานแคลอรี่น้อยลง ซึ่งจริง ๆ การจำกัดแคลอรี่ต่อวันนั้นก็มีผลดีจากการลดอนุมูลอิสระอยู่แล้ว แต่มีงานวิจัยชิ้นนึงที่ศึกษาการทำ IF กับการทำ Caloric Restriction พบว่าทั้งสองแบบนั้นผู้เข้าร่วมการทดลองมีน้ำหนักลดลงเท่ากัน แต่ในกลุ่มผู้ที่ทำ IF นั้นมีการเพิ่มให้ผลดีเหนือการลดแคลอรี่ คือช่วยเพิ่ม Insulin Sensitivity มากกว่า และลดรอบเอวได้มากกว่าเป็นต้น

Photo by Jos Zwaan / Unsplash

ผลดีในด้านร่างกายและสมองจากการทำ Intermittent Fasting

การทำ IF นั้นช่วยเพิ่มความสามารถทางร่างกายในหนูทดลองได้ เช่นในหนูที่มีน้ำหนักตัวเท่า ๆ กัน จำกัดอาหารด้วยการทำ IF, กับไม่จำกัดอาหาร พบว่าหนูที่ทำ IF วิ่งได้นานกว่า ส่วนในคนพบว่าคนที่ทำ IF และออกกำลังกายแบบ Ressistance ไปด้วยช่วยลดไขมัน แต่ยังมีระดับกล้ามเนื้อที่เท่าเดิมได้

นอกจากนี้ในด้านสมองแล้ว การทำ IF พบว่าช่วยเพิ่ม Verbal Memory ได้ (ความทรงจำในด้านการพูด อาทิเรียนรู้คำศัพท์ การเล่าเรื่องจากความทรงจำ), Working Memory (ความทรงจำระยะสั้นเช่นการท่องเบอร์โทรศัพท์), การตัดสินใจและวางแผน เป็นต้น

สรุป

การทำ IF ให้ผลดีต่อร่างกายมนุษย์หลายด้านที่ได้รับการยืนยันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง, ความดันโลหิตสูง, ลดการอักเสบ นอกจากนี้การทดลองในสัตว์ทดลองพบว่าสามารถช่วยยืดอายุไขได้ด้วย แต่ในงานวิจัยปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่ทำกับผู้มีน้ำหนักเกิน, ผู้ใหญ่วัยกลางคน และทดลองในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เราจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าผลดีต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดกับบุคคลกลุ่มอื่น​ (อาทิ ผู้มีโรคประจำตัว สตรีให้นมบุตร) หรืออาจจะเกิดผลเสียอย่างไรในระยะยาว ดังนั้นผู้ที่สนใจควรปรึกษานักโภชนาการถึงปริมาณอาหารต่อวัน และตรวจสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทำ IF

ปล. สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มทำ IF บทความชิ้นนี้ปิดท้ายด้วยข้อแนะนำของการทำ IF ว่า ในช่วยแรกจะมี Side effect เช่นสมาธิลดลงเพราะหิวระหว่างมื้อ ผลต่าง ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงภายใน 1 เดือน

ส่วนผู้ที่สนใจอยากอ่านเพิ่มเติมสามารถดูบทความฉบับเต็มความยาว 11 หน้าได้ที่เว็บไซต์ของวารสาร NEJM https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMra1905136 ได้โดยตรง