กรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD) เดี๋ยวนี้ใครๆก็เป็นโรคนี้กันมากมาย เรามาทำความรู้จักกันว่า โรคกรดไหลย้อนคืออะไรและเราจะรับมือกับโรคนี้ยังไงกันดีกว่า

โรคกรดไหลย้อน โดยส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ (gastritis) ต่อมาเกิดการไหลย้อนของกรดในกระเพาะขึ้นมาบนหลอดอาหารส่วนต้น ในรายที่เป็นรุนแรงอาจย้อนขึ้นมาถึงบริเวณคอหอยได้

กลไกการเกิดโรคกรดไหลย้อน
Courtesy of: Mayo Foundation 

กลไกการเกิดโรคกรดไหลย้อน

โดยปกติแล้วในกระเพาะอาหารของเราจะหลั่งกรดออกมาซึ่งมี pH ประมาณ 1.5-3 ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมาก โดยปกติผนังกระเพาะอาหารของเราแข็งแรงพอที่จะรองรับความเป็นกรดนี้ได้ในระยะเวลาและปริมาณหนึ่ง ถ้าปล่อยนานกว่านี้โดยไม่รับประทานอาหารเข้าไป กรดในกระเพาะอาหารจะหลั่งมากขึ้น

กรดจะกัดผนังกระเพาะอาหารจนเกิดแผล (Gastric ulcer,gastritis) เราจะเริ่มรู้สึกแสบท้อง จุกท้องบริเวณลิ้นปี่ พอปล่อยให้เกิดบ่อยครั้ง ระยะเวลาในการทนกรดของกระเพาะอาหารจะน้อยลง จนแค่รู้สึกหิวเล็กน้อยหรือถึงเวลาอาหารก็แสบบริเวณกระเพาะอาหารมากแล้ว ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบตามมา โดยปัจจัยที่ทำให้ความเป็นกรดในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้นไม่ได้มีเพียงแต่การรับประทานอาการไม่เป็นเวลาเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นได้แก่

  • ความเครียด ความวิตกกังวล
  • เชื้อโรค Helicobacter pylori
  • ยาแก้ปวดบางชนิด
  • คาเฟอีน
  • แอลกอฮอล์
  • น้ำอัดลม
  • อาหารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น เปรี้ยวมากเผ็ดมาก
  • การสูบบุหรี่

นอกจากนี้การที่กรดในกระเพาะมีมากขึ้นก็จะทำให้เกิดลมมากขึ้น ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบจึงมีอาการอืดแน่นท้อง ลมตีขึ้น เรอเปรี้ยวร่วมด้วยได้ นอกจากนี้โรคกระเพาะอาจมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะอาหารทะลุจนถึงเสียชีวิตได้

กลไกการเกิดโรคกรดไหลย้อน
กลไกการเกิดโรคกรดไหลย้อน

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

พอทราบกลไกของโรคกระเพาะอาหารอักเสบแล้ว มาถึงสาเหตุของโรคกรดไหลย้อนกันต่อ

โดยปกติเวลาเรากลืนอาหารกล้ามเนื้อหูรูดรอบหลอดอาหารส่วนล่าง (lower esophageal sphincter) จะคลายตัวเพื่อรับอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร เมื่อกลืนเสร็จกล้ามเนื้อนั้นก็หดตัวเพื่อปิดเพื่อไม่ให้อาหารไหลย้อนขึ้นมา

ถ้ากล้ามเนื้อรอบหลอดอาหารส่วนล่างมีปัญหา อ่อนแรง ไม่สามารถหดตัวได้เต็มที่ ทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมากัดกร่อนหลอดอาหาร และไหลย้อนขึ้นมากัดถึงบริเวณคอหอยทำให้รู้สึกแสบคอได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไหลย้อน หรือ กล้ามเนื้อรอบหลอดอาหารส่วนล่างผิดปกติ ได้แก่

  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หลั่งกรดปริมาณมาก ลมแน่นมาก
  • ภาวะอ้วน
  • โรคกระเพาะอาหารยื่นเข้าไปในกระบังลม (hiatal hernia)
  • เข้านอนหลังรับประทานอาหารทันที
  • ภาวะตั้งครรภ์
  • การกินอาหารปริมาณมากเกินไปใน 1 มื้อ
  • รับประทานอาหารที่กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
  • การป่วยเป็นโรคบางชนิด เช่น โรคหนังแข็ง

จากสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ดังกล่าวนำไปสู่อาการแสดงของโรคกรดไหลย้อนดังนี้

  • รู้สึกแสบร้อนกลางอก (heartburn) มักเป็นหลังจากรับประทานอาหาร มักอาหารแย่ลงช่วงกลางคืน
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • กลืนลำบาก
  • รู้สึกว่ามีอาหารหรือน้ำขย้อนขึ้นมาที่คอ
  • รู้สึกเหมือนมีก้อนที่คอ
  • ในช่วงกลางที่เราอยู่ในท่านอน เวลากรดไหลย้อนขึ้นมาอาจจะทำให้มีอาการไอเรื้อรัง แสบคอ คอหอยอักเสบได้

หากอาการเหล่านี้เป็นบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวัน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยแพทย์จะรักษาโดยการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก หากอาการไม่แน่ชัดหรือไม่ตอบสนองการรักษาอาจจะต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเช่นส่องกล้องทางเดินอาหาร รวมถึงการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ

การรักษาโรคกรดไหลย้อน

1. การใช้ยารักษาโรคกรดไหลย้อน

  • ยาลดกรด มีทั้งแบบยาลดการหลั่งกรด และ ยาที่ทำให้ค่าความเป็นกรดในกระเพาะลดลง
  • ยาลดการไหลย้อนของกรด หรือยากลุ่มลดการอาเจียน
  • ยาเพิ่มการเคลื่อนตัวของระบบทางเดินอาหาร เพิ่มการบีบตัวของลำไส้
  • ยาฆ่าเชื้อโรค helicobacter pylori ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนร่วมกับโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ตรวจพบเชื้อนี้

2. การผ่าตัดซ่อมแซมกล้ามเนื้อหูรูดรอบๆหลอดอาหาร

3. การปรับการใช้ชีวิต อาหารการกินเพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน

  • ลดความอ้วน
  • ไม่ควรรับประทานอาหารแต่ละมื้อให้อิ่มหรือแน่นเกินไป
  • ไม่รับประทานอาหาร หรือยาที่กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารดังที่กล่าวไปแล้ว
  • ไม่นอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรรอสัก 1-2 ชั่วโมง
  • งดการทำกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้องหลังรับประทานอาหาร เช่น การเบ่ง หรือยกของหนัก
  • งดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดรอบหลอดอาหารคลายตัว
  • พยายามนอนยกหัวสูงกว่าหัวใจเสมอ

อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคกรดไหลย้อนที่มีประสิทธิภาพควรทำทั้งการใช้ยา การปรับวิธีการรับประทานอาหาร และการใช้ชีวิตควบคู่กันไป

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อปล่อยให้เป็นโรคกรดไหลย้อนเป็นเวลานาน

  • หลอดอาหารตีบตัน เนื่องจากมีการระคายเคืองหลอดอาหารและเกิดผังผืดรอบๆหลอดอาหาร
  • แผลเรื้อรังที่หลอดอาหาร
  • อาการหอบหืด ไอเรื้อรัง
  • มะเร็งหลอดอาหาร จากการเกิดแผลซ้ำๆ บ่อยๆทำให้เซลล์ที่สร้างใหม่เกิดการกลายพันธุ์ได้

ที่มา Webmd.com, Mayoclinic.com

รูปภาพ: https://en.wikipedia.org/wiki/File:GERD.png